รัฐบาลเบลารุสกล่าวถึงการที่เครื่องบินโดยสารของไรอันแอร์ “เปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน” มาลงจอดฉุกเฉินที่กรุงมินสก์ เป็นการปฏิบัติตาม “ขั้นตอนด้านความมั่นคง” โดยไม่เอ่ยถึงการจับกุมผู้สื่อข่าวฝ่ายตรงข้าม ซึ่งอยู่บนเที่ยวบินนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมินสก์ ประเทศเบลารุส เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่า สืบเนื่องจากการที่เครื่องบินโดยสารของไรอันแอร์ เที่ยวบินเอฟอาร์4978 ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางจากกรุงเอเธนส์ของกรีซ ไปยังกรุงวิลนีอุส เมืองหลวงของลิทัวเนีย ต้องลงจอดฉุกเฉินที่กรุงมินสก์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แล้วเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของเบลารุสเข้าจับกุม นายรามัน พราทาเซวิช ผู้สื่อข่าวและบล็อกเกอร์ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล วัย 26 ปี ซึ่งลี้ภัยอยู่ในกรีซมานานระยะหนึ่งนั้น
 
ท่าอากาศยานนานาชาติมินสก์ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า เที่ยวบินดังกล่าวลงจอด “ด้วยเหตุผลเรื่องคำข่มขู่เกี่ยวกับระเบิด” ขณะบินอยู่เหนือน่านฟ้าของเบลารุส เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องขอตรวจสอบตามกระบวนการ เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย และประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก สั่งให้กองทัพเบลารุสจัดเครื่องบินขับไล่มิก-29 จำนวน 4 ลำขึ้นบินประกบ โดยไม่มีการเอ่ยถึงชื่อของพราทาเซวิชแต่อย่างใด
 
ด้านองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ไอเคโอ ) ออกแถลงการณ์ว่า “การบังคับข่มขู่” ให้อากาศยานพาณิชย์ลงจอด อาจเข้าข่ายละเมิดอนุสัญญาชิคาโก ซึ่งเป็นอนุสัญญาด้านการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ในเวลาเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประณามอย่างหนัก และเรียกร้องการปล่อยตัวพราโทเซวิช ส่วนกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียวิจารณ์ตะวันตก “ตื่นตระหนกเกินเหตุ”

ต่อมาทีมข่าวของเน็กซ์ตาซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ที่พราทาเซวิชร่วมก่อตั้ง รายงานว่า บนเที่ยวบินดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของรัฐบาลมินสก์แฝงตัวอยู่ด้วย เมื่อเครื่องบินเข้าสู่น่านฟ้าของเบลารุส เจ้าหน้าที่กลุ่มนั้นแจ้งต่อพนักงานต้อนรับของไรอันแอร์ ว่าบนเครื่องบินมีระเบิด ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงวิลนีอุส ซึ่งเป็นปลายทาง รายงานว่า นักบินของไรอันแอร์แจ้งว่า “เกิดความขัดแย้ง” ระหว่างลูกเรือกับผู้โดยสาร “ซึ่งมีส่งผลต่อความปลอดภัย” และหอบังคับการบินที่กรุงมินสก์แจ้งเข้ามาว่า สนามบินของตัวเองอยู่ใกล้ที่สุด จึงต้องนำเครื่องลงจอด